Category Archives: รกคันแรก

อัตราคืนเงินภาษีตามนโยบาย “รถคันแรก”

กรมสรรพากรได้เปิดให้ดาวน์โหลดไล์อัตรามูลค่าการคืนภาษีของรถยนต์ทุกประเภทที่เข้าตามเงื่อนไขในโครงการดังกล่าง ทั้งในกลุ่มเก๋ง 1500 ซีซี อีโค่คาร์ และกระบะทุกประเภทที่เข้าตามเงื่อนไขตามแนวนโยบาย “รถคันแรก”

ดูอัตราคืนภาษีกลุ่มซิตี้คาร์ ดาวน์โหลดได้ที่นี่

       ดูอัตราคืนภาษีกลุ่มกระบะ 4 ประตู ดาวน์โหลดได้ที่นี่

     ดูอัตราคืนภาษีกลุ่มกระบะ ดาวน์โหลดได้ที่นี่

ขอบคุณ sanook.com

Advertisements

คู่มือซื้อรถคันแรก…

ได้อ่านบทความของ ยุทธพงษ์ ภาษี เรื่อง “คู่มือซื้อรถคักแรก”….กระแสฮิตที่คนไทยให้ความสนใจกันในขณะนี้…เพราะเป็นถือเป็น นโยบายรัฐบาล ที่ปล่อยออกมาเอาใจคนอยากมีรถ…ค่ะ เลยเก็บเอามา บอกเล่า 9-10 กันค่ะ

เปิดโลกยนตรกรรม : คู่มือซื้อรถคันแรก ‘ทอน 1 แสน’ เลือกซื้ออย่างไรดี โดย…ยุทธพงษ์ ภาษี

ใน ที่สุด โครงการรถคันแรกที่รัฐบาลหาเสียงไว้ก่อนหน้านี้ ก็ผ่านมติคณะรัฐมนตรีได้เรียบร้อย โดยรัฐบาลประกาศมาตรการให้โอกาสคนหาซื้อรถคันแรก ในราคาลดลง เป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมที่ออกตัวแรง จนฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะไฟแนนซ์และค่ายรถบางค่ายที่มองว่า ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ท่าทางว่าเรื่องราวจะบานใหญ่โตไปกันใหญ่ แต่ในส่วนของ มติ ครม.ก็ยังคงอยู่ คนซื้อก็ถือว่าได้ประโยชน์ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน    เปิดโลกยนตกรรมสัปดาห์นี้ จัดทำคู่มือซื้อรถคันแรกเพื่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับคนที่ยังไม่มีรถเป็นของตัว เอง

เปิดรถในเงื่อนไข

      มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 ให้กรมสรรพสามิตลดหย่อนภาษีสรรพสามิตตามจริงไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรกในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555 ภายใต้เงื่อนไขต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศเท่านั้น และผู้ซื้อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในระยะเวลา 5 ปี โดยจะได้รับเงินภาษีคืนภายใน 1 ปีนับจากวันที่ยื่น รถอะไรบ้างที่อยู่ในนโยบายนี้ สำหรับรถที่เข้าข่ายโครงการรถคันแรก ต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ รถเก๋งหรือรถกระบะ ที่มีราคาขายปลีก ไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นตลาดรถเก๋งเล็ก กับรถกระบะ ถ้าเป็นเก๋ง ขนาดเครื่องต้องไม่เกิน 1,500 ซีซี ไม่ว่าดีเซลหรือเบนซิน คือรถในกลุ่มบีคาร์ ส่วนรถกระบะ ไม่จำกัดขนาดของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังต้องเป็นรถที่ประกอบในประเทศที่เรียกว่า ซีเคดี ไม่รวมรถนำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ หรือซีบียู และรถนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบหรือเรียกกันติดปากภาษาชาวบ้านว่า “รถจดประกอบ”

หาซื้อบีคาร์ได้อัตราการคืนภาษีสูง

      รถ 1 ล้านบาทจะได้คืนสูงสุด 1 แสนบาท แม้ว่า ภาษีที่ถอดออกมาจะเกิน 1 แสนบาท ก็จะได้คืนแค่ 1 แสนบาท ยกตัวอย่างรถที่จะได้คืนเงินสูงสุดคือ บีคาร์ (วีออส, ยาริส, แจ๊ซ, ซิตี้) เนื่องจากเสียภาษีสรรพสามิตสูงสุด 25% ตามมาด้วย ปิกอัพ 4 ประตู ที่เสียภาษี 12% ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอัตราที่ต่ำกว่าภาษีรถอีโคคาร์ ที่จัดเก็บ 17% แต่เนื่องจากมีราคาจำหน่ายที่สูงกว่า ในขณะที่อีโคคาร์ คืนภาษีไม่น้อยเช่นกันเมื่อคิดเป็นเงินที่ได้รับเงินคืนต่ำสุดระดับ 1-2 หมื่น คือ ปิกอัพตอนเดียว และปิกอัพตอนครึ่ง หรือปิกอัพมีแค็บ


ผู้ เชี่ยวชาญการประเมินราคาอย่าง เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการสหการประมูล แนะนำว่า ถ้าเลือกซื้อมองในแง่การคืนภาษี จะเห็นว่า กลุ่มรถที่เสียภาษีสูง คือ 25% เป็นรถที่ควรเลือกซื้อเพราะว่าจะได้รับส่วนลดเต็มๆ ในขณะที่ รถเหล่านี้มีมูลค่าขายต่อที่สูงพอสมควรในตลาดประมูล

รถที่ไม่ได้คืนภาษี


รถยนต์นั่ง ขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี ที่ประกอบมาจากต่างประเทศ ไม่เข้าข่ายรถคันแรก เนื่องจากเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ ยี่ห้อที่ไม่ได้รับการคืนภาษีคือ โปรตอน ซาก้า, โปรตอน แซฟวี, เกีย พิคันโต, เกีย พิคันโต เค1, ซูซูกิ สวิฟท์ 

ขั้นตอนการคืนภาษี

     ผู้ซื้อต้องยื่นเอกสารหลักฐานการขอคืนภาษี ประกอบไปด้วย 1.แบบคำขอคืนเงินสำหรับรถยนต์คัน แรก 2.สำเนาบัตรประชาชน 3.สำเนาทะเบียนบ้าน 4.สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ) 5.สำเนาคู่มือการจดทะเบียน 6.หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี และ 7.หลักฐานการซื้อขายรถยนต์ รัฐบาลจะจ่ายเช็คให้ไว้รอรับการโอนเงินเข้าธนาคารตามกำหนด

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ


คน ต้องการซื้อรถที่ได้คืนภาษีต้องไม่เคยมีชื่อเป็นเจ้าของรถมาก่อน ผู้ซื้อต้องมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สำหรับผู้ที่เคยครอบครองรถมาก่อนปี 2549 ได้รับสิทธิ์ซื้อรถคันแรกได้

ข้อควรระวัง

      กรณี ผู้ซื้อไปแล้ว มีเหตุไม่สามารถผ่อนชำระเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ ส่งผลให้สถาบันการเงินยึดรถ กรมสรรพสามิตจะต้องเรียกคืนภาษีที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ซื้อไปแล้ว โดยผู้ซื้อจะต้องเซ็นยินยอมที่จะคืนภาษีส่วนนี้ในใบแสดงการขอคืนภาษี และรัฐบาลจะดำเนินการฟ้องร้องคดีแพ่งทั้งเงินต้นและอัตราดอกเบี้ย หากผู้ซื้อไม่ยินยอมคืนภาษีกรณีที่ผิดเงื่อนไข (เงื่อนไขกำหนด ต้องครอบครองรถก่อนเปลี่ยนมือเป็นเวลา 5 ปี)

รถใหม่ที่น่าสนใจ

      ในขณะที่วงการรถยนต์มี ความเคลื่อนไหว หากใครด่วนจับจองรถ ไม่ดูข้อมูล อาจจะตกเป็นผู้ประสบภัยจากรถใหม่ได้ เพราะปลายปีนี้ รถใหม่ที่อยู่ในระยะเปิดตัวมีมากมาย 

      เริ่ม จากรถเก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ เตรียมไมเนอร์เชนจ์ ในสัปดาห์หน้า รถเก๋งซีดานตัวใหม่จาก นิสสัน รุ่นอัลเมร่า รถอีโคคาร์ ตัวที่สองของนิสสัน แต่เป็นอีโคคาร์ตัวแรกของวงการในรูปแบบ 4 ประตู เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 7 ตุลาคมนี้ รถแม่เหล็กของวงการปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ โฉมใหม่แบบออลนิว กำลังมาแทนตัวเดิม เปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 29 กันยายน ที่เมืองทองธานี เป็นการเปลี่ยนใหญ่ในรอบ 10 ปีเลย

     รถเก๋งอีกคันที่ขายแบบเงียบๆ คือ โตโยต้า อวันซ่า รถขนาดเล็ก เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เปิดตัวปลายเดือนกันยายนเช่นกัน รถปิกอัพ ฟอร์ด รหัส ที 6 เป็นรถตัวต่อไป ต้องจับตาดูปิกอัพใหม่ตัวนี้ ฟอร์ดเสนอเทคโนโลยีใหม่ล้วนๆ ตามมาด้วย เชฟโรเลต โคโรลาโดใหม่ ที่มีแผนส่งมอบหลังรับจองอย่างไม่เป็นทางการไปบ้างแล้ว รถที่ทำท่าจะแรงอีกตัวคือ ซีวิค โฉมใหม่ เพราะว่าแฟนคลับเยอะออกตัว ในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ช่วงนี้ถึงต้นปีหน้ายังมีรถอีกหลายตัวพร้อมเปิดในงานมหกรรมยานยนต์

ขอบคุณ เนื้อข่าวจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://variety.teenee.com/foodforbrain/39349.html ค่ะ

โครงการ…รถยนต์คันแรก

มาตรการคืนภาษี รถยนต์คันแรก

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการภาษีรถยนต์คันแรกแล้ว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ สำหรับมาตรการภาษีรถยนต์คันแรกที่กระทรวงการคลังเสนอ มีรายละเอียดของการดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้

ตรวจสอบรุ่นรถ และดาวน์โหลดแบบฟอร์ม รถยนต์คันแรก ได้ที่นี่ คลิ๊ก!! 

ลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกที่สำคัญ ดังนี้คือ ต้องเป็น
1. เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
2. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาท/คัน
3. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถยนต์กระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
4. เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
5. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน
6. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
7. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี และ
8. การคืนเงินจะคืนให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)

ส่วนวิธีการดำเนินงานนั้นกำหนดให้
1. ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกดัง กล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
2. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ
3. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ลงในระบบคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน
4. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด ส่งหนังสือรับรองการครอบครองรถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และ
5. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป.

อย่าง ไรก็ตาม กระทรวงการคลังเสนอครม.อนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2555 จำนวน 100 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และเสนออนุมัติจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 1 แสนบาท

นอกจากนี้กระทรวงการคลังเสนอให้ ครม.อนุมัติในหลักการให้หัวหน้าส่วนราชการกรมสรรพสามิต (อธิบดีกรมสรรพสามิต) หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจอนุมัติให้คืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกให้กับ ผู้ซื้อ และเสนอครม.มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมให้ความร่วมมือกับกรมสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดง หลักฐานการครอบครองรถยนต์คันแรก การบันทึกข้อมูลห้ามจำหน่ายโอนรถยนต์ภายใน 5 ปี ตามมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลต่อไป

ที่มา http://news.mthai.com/headline-news/130704.html